หุ้นไทยไปต่อหรือพอก่อน เช็กก่อนลงเงินช่วงนี้

7 ตุลาคม 2026
VIEWS
READING TIME : 2 MINS
summary

KEY TAKEAWAYS

  • SET ฟื้นแรงจากฐานต่ำ หลังปี 2025 ลดลง 10% ขณะที่ ณ 30 กันยายน 2026 ดัชนีเพิ่มขึ้นประมาณ 26.6% จากต้นปี
  • กำไรบริษัทจดทะเบียนดีขึ้น กำไรสุทธิช่วงครึ่งแรกปี 2026 เพิ่มขึ้น 22.2% จากปีก่อน พร้อมแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ
  • โอกาสยังมี แต่ต้องเลือกเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรม และทรัพยากร
สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2026 แบบเข้าใจง่าย ว่ายังมีโอกาสตรงไหน และมีความเสี่ยงอะไรที่ควรรู้ก่อนลงทุน

ปี 2026 ถือเป็นปีที่ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคัก หลัง SET Index ปิดปี 2025 ที่ 1,259.67 จุด ลดลง 10% จากปีก่อน ก่อนฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ 1,559.01 จุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2026 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 26.6% จากต้นปี ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยช่วงเดือนมกราคม-กันยายนอยู่ที่ราว 69,526 ล้านบาทต่อวัน

แรงหนุนสำคัญมาจาก ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้น โดยกำไรสุทธิรวมช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 22.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ช่วยให้การฟื้นตัวของตลาดมีพื้นฐานจากกำไรธุรกิจรองรับ

อีกปัจจัยคือเงินลงทุนต่างชาติ ช่วง 8 เดือนแรก นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยประมาณ 51,180 ล้านบาท ต่างจากปี 2025 ที่ขายสุทธิกว่า 107,000 ล้านบาท สะท้อนว่าความสนใจต่อตลาดไทยเริ่มกลับมา อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง การเลือกหุ้นจึงสำคัญกว่าการซื้อเพียงเพราะเห็นดัชนีกำลังขึ้น

แทนที่จะถามว่า ‘หุ้นตัวไหนดี’ อาจเริ่มจากดูว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังเติบโตในทิศทางไหน

กลุ่มที่โดดเด่นคือ เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Data Center จากแรงส่งของ AI และวัฏจักรเทคโนโลยีโลก รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศ

อีกกลุ่มคือ อุตสาหกรรมและทรัพยากร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำผลงานเหนือดัชนีตลาดในหลายช่วงของปี โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุน การส่งออก และราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท

ส่วน ท่องเที่ยวและบริการ ยังมีสัญญาณฟื้นตัวจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการใช้จ่ายในโรงแรมกับร้านอาหาร แต่ควรดูต่อว่ารายได้และกำไรของแต่ละบริษัทโตตามจำนวนนักท่องเที่ยวหรือไม่

ตลาดที่ขึ้นมาแล้วกว่า 20% ไม่ได้แปลว่าหมดโอกาส แต่ทำให้ ราคาที่ซื้อมีความสำคัญมากขึ้น ณ สิ้นเดือนกันยายน SET มี P/E ราว 15.5 เท่า และ Dividend Yield ประมาณ 4.1% นักลงทุนจึงควรดูทั้งกำไรในอนาคตและ Valuation ควบคู่กัน

อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือ Fund Flow ราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างประเทศ เพราะสามารถทำให้ตลาดผันผวนได้รวดเร็ว ตัวอย่างเช่น เดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 24,000 ล้านบาท ท่ามกลางความกังวลจากต่างประเทศ

เศรษฐกิจไทยเองก็ยังมีโจทย์ ทั้งการเติบโตที่ไม่ทั่วถึง สินเชื่อ SMEs ที่ยังหดตัว และความเปราะบางของบางครัวเรือน

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

อีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้คุณใกล้ชิดกับอนันดามากยิ่งขึ้น

ติดตามเรื่องราวของอนันดาและชีวิตเมืองได้ง่ายขึ้น ผ่าน LINE OA ใหม่ @ananda.official อีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดโปรโมชัน สิทธิพิเศษ และกิจกรรมดีๆ จากอนันดา พร้อมรับข่าวสารและอัปเดตความเคลื่อนไหวได้สะดวกผ่าน LINE ของคุณ

เพิ่มเพื่อนวันนี้ เพียงค้นหา @ananda.official บน LINE หรือคลิก https://lin.ee/wWAZayw แล้วพบกับเรื่องราวดีๆ ที่จะทำให้อนันดาได้ดูแลคุณมากขึ้น

ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น คุณอยากรู้เรื่องไหนให้ชัดที่สุด?
Faq

category

new update

ANANDA MAX DEAL

Scroll to Top