เข้าสู่ช่วงครึ่งปี 2026 สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ Jet Fuel Price พุ่งสูงขึ้นจนสายการบินหลายแห่งต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ผลกระทบที่เห็นชัดที่สุดคือการปรับเพิ่ม Fuel Surcharge (ค่าธรรมเนียมน้ำมัน) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้สำหรับบัตรโดยสารที่ออกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
สายการบินหลักอย่าง การบินไทย (Thai Airways) และ Cathay Pacific ได้ประกาศปรับอัตราค่าธรรมเนียมน้ำมันในเส้นทางยอดฮิต โดยเฉพาะเส้นทางญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น เส้นทางบินจากไทยไปญี่ปุ่น (โตเกียว/โอซาก้า/ซัปโปโร) มีการขยับค่าธรรมเนียมน้ำมันในชั้นประหยัดขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ $140 (ราว 5,100 บาท) ต่อเที่ยวบิน จากเดิมที่เคยอยู่ระดับ $55
Insight: การจองล่วงหน้าอาจไม่ใช่แค่เรื่องการได้ตั๋วราคาถูกอีกต่อไป แต่คือการ Lock ค่าธรรมเนียมน้ำมันก่อนจะมีการปรับฐานราคาใหม่ในรอบถัดไป อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบรายละเอียดกับหน้าเว็บไซต์ของสายการบินโดยตรงอีกครั้งก่อนชำระเงิน เนื่องจากราคามีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนรายวัน

ตารางบินในปี 2026 มีการ Re-shuffle เพื่อให้สอดรับกับต้นทุนที่สูงขึ้น บางเส้นทางมีการเพิ่มความถี่เพื่อรองรับ Demand มหาศาล แต่บางเส้นทางก็ถูกปรับลดเพื่อประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิง
- เส้นทางที่ไปต่อ (Green Light)
- จีน (China) ยังคงเป็นดาวรุ่งด้วยนโยบายฟรีวีซ่าที่เหนียวแน่น เส้นทางอย่าง ฮาร์บิน (Harbin) และ เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) มีการเพิ่มเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ มากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ & รูทระยะสั้น สายการบินราคาประหยัด มีการแข่งขันสูงในเส้นทางอย่าง เวียดนาม (ดานัง/ฟูโกว๊ก) และ ลาว (หลวงพระบาง) กลุ่มนี้มีการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ทำให้ราคายังไม่กระโดดจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวแบบคุมงบ
- เส้นทางเชื่อมต่อยุโรป สำหรับใครที่เล็งยุโรปไว้ ปัจจุบันเริ่มมีสายการบิน Low-cost ระยะไกลเข้ามาเปิดเส้นทางบินตรงหรือต่อเครื่องในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น เป็นทางเลือกที่น่าสนใจแทนสายการบิน Full Service ที่มีการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันแบบเต็มเพดาน
- เส้นทางที่ต้องพักก่อน (Yellow Light)
- ยุโรปบางเมือง สายการบินยุโรปหลายแห่งเริ่มปรับลดความถี่ในรูทที่กำไรน้อยลงเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง หากใครเล็งเมืองรองในยุโรปไว้ อาจต้องเช็กตารางบินให้ดี เพราะความถี่อาจเหลือเพียง 2-3 เที่ยวต่อสัปดาห์
- เส้นทางเชื่อมต่อตะวันออกกลาง เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในบางพื้นที่ ทำให้ตารางบินมีการปรับเปลี่ยนหรือเลี่ยงเส้นทางน่านฟ้าบ่อยครั้ง ส่งผลให้ระยะเวลาบินนานขึ้นและใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น

นอกจากค่าตั๋วและค่าภาษีสนามบิน ปี 2026 นี้มี ต้นทุนแฝง ที่แอบซ่อนมาในรูปแบบของนโยบายใหม่ที่เข้มงวดขึ้น:
1. Strict Baggage Rules สายการบินฝั่งญี่ปุ่นและเกาหลีเริ่มคุมเข้มเรื่องจำนวนชิ้นและน้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) อย่างเคร่งครัด โดยจำกัดไม่เกิน 2 ชิ้น และรวมน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม หากเกินจะถูกปรับในอัตราที่สูงขึ้น ณ หน้าเกต
2. K-ETA & Visit Japan Web แม้จะเป็นเรื่องเอกสาร แต่การกรอกข้อมูลไม่ครบหรือต้องขอใหม่หน้างานอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยใช่เหตุ โดยเฉพาะเกาหลีที่ยังต้องใช้ระบบ K-ETA และญี่ปุ่นที่เน้นการลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน Visit Japan Web เพื่อความรวดเร็ว
3. Digital Service Fee บางสายการบินเริ่มมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการบริการผ่าน Call Center หรือหน้าเคาน์เตอร์ที่สูงขึ้น เพื่อผลักดันให้ผู้โดยสารจัดการทุกอย่างผ่าน Super App ของสายการบินเอง