แคมเปญนี้เกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้พลังงานสะอาด ลดปัญหามลพิษ และลดการพึ่งพาน้ำมันดิบ เบื้องต้นทางหน่วยงานรัฐได้มีการวางโควตานำร่องในเฟสแรกเอาไว้ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 คัน ภายใต้กติกา ‘มาก่อนได้ก่อน’ (First come, First served) สำหรับคนที่ได้สิทธิ์คือ ประชาชนทั่วไปที่มีชื่อครอบครองรถยนต์เก่าตามเกณฑ์ที่กำหนด (ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาอายุรถที่แน่ชัด) และมีความประสงค์จะซื้อรถใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจุดเด่นคือไม่ได้จำกัดสิทธิ์แค่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมสิทธิประโยชน์ไปถึงกลุ่มยานยนต์อื่น ๆ ด้วย เช่น
- รถยนต์ไฮบริด (HEV)
- รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
รถกระบะที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (อยู่ระหว่างการพิจารณา)

ก่อนจะรีบพุ่งตัวไปโชว์รูม มาเช็กเงื่อนไขเหล็ก 2 ข้อหลัก ๆ ที่ทางกรมสรรพสามิต และกระทรวงการคลังได้วางกรอบเอาไว้กันก่อน รถคันใหม่ที่เข้าเกณฑ์ได้เงินอุดหนุนจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- ต้องเป็นรถปล่อยคาร์บอนต่ำ: ยิ่งรักษ์โลก ยิ่งเข้าเกณฑ์ เพราะมาตรการนี้ใช้โครงสร้างภาษีตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวชี้วัดหลัก
- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น (Made in Thailand): ข้อนี้สำคัญมาก รถนำเข้า 100% (CBU) จะไม่เข้าร่วมโครงการนี้อย่างแน่นอน เพราะเป้าหมายแฝงคือการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยนั่นเอง
ดังนั้นหากรถที่เพื่อน ๆ เล็งไว้ ไม่ใช่รถที่ผลิตในประเทศไทย โครงการรถเก่าแลกรถ EV ใหม่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วเราจะได้เงินอุดหนุนโอนเข้าบัญชีตัวเองโดยตรงเลยหรือเปล่า? คำตอบคือ ‘ไม่ใช่’
โครงการรถเก่าแลก EV ใหม่เป็นรูปแบบการแจกสิทธิประโยชน์จะใช้โมเดลเดียวกับมาตรการสนับสนุน EV ก่อนหน้านี้
รูปแบบที่ว่าคือ รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนตรงไปที่ค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ และทางค่ายรถจะนำเงินก้อนนั้นมา ‘ลดราคาหน้าป้าย’ ให้กับเราทันทีที่จอง และซื้อรถใหม่! หมายความว่าเราสามารถออกรถได้ในราคาที่เบาลงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ยังมีลุ้นสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อจากธนาคารรัฐ เช่น ดอกเบี้ยเรตพิเศษที่เข้ามาเสริมทัพอีกด้วย ลองจินตนาการดูว่าถ้าออกรถราคาถูกลง ดอกเบี้ยถูกลง แถมชาร์จไฟจากแผง โซลาร์เซลล์ ที่บ้านได้อีก บอกเลยว่ามีแต่คุ้มกับคุ้ม ได้เซฟเงินในกระเป็าได้แบบยาว ๆ แน่นอน

แม้ว่าตอนนี้หน่วยงานรัฐจะยังอยู่ในช่วงรวบรวมรายละเอียด และออกแบบข้อสรุปขั้นสุดท้าย คาดว่าจะประกาศความชัดเจนภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2569 (รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง) แต่การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมได้เปรียบกว่าเสมอ! เริ่มเตรียมตัวไว้ก่อนได้เลย
1. เช็กสภาพรถและเอกสารรถเก่า ตรวจสอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้เรียบร้อย ทะเบียนรถต้องไม่ขาดต่อภาษี และชื่อผู้ครอบครองควรตรงกับผู้ที่จะรับสิทธิ์ซื้อรถคันใหม่
2. เล็งรุ่นรถใหม่ที่ใช่ มองหา รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถไฮบริดรุ่นที่ชอบ โดยเน้นเจาะจงไปที่แบรนด์ที่มีโรงงานประกอบและผลิตในไทย
3. เตรียมความพร้อมทางการเงิน แม้จะมีส่วนลดจาก โครงการรัฐ แต่ก็ควรจัดการเงินดาวน์และเตรียมสเตทเมนต์ (Statement) ให้สวยงาม เพื่อรอรับโปรโมชันสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ
4. ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโควตาเฟสแรกนำร่องจำกัดจำนวนแค่ 1-2 หมื่นคัน แนะนำให้เกาะติดประกาศจากโชว์รูมรถยนต์และกรมสรรพสามิตให้ดี เมื่อระบบเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ จะได้พร้อมดำเนินการทันที
เตรียมเอกสารและข้อมูลให้เป๊ะ แล้วเตรียมเปลี่ยนผ่านจากรถคันเก่า มาสู่ยานยนต์แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบกรีนๆ กันได้เลย!