Apple จัดงาน ‘Surprise and Shine’ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 10 กันยายนตามเวลาไทย โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลักทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่ iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max, iPhone Duo, Apple Watch Series 12, Apple Watch Ultra 4 และ AirPods 5
งานครั้งนี้มีความแตกต่างจากการเปิดตัว iPhone ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน เพราะ Apple เลือกนำเสนอเฉพาะ iPhone รุ่น Pro และรุ่นพับได้ ขณะที่ iPhone 18 รุ่นมาตรฐานไม่ได้เปิดตัวพร้อมกัน ทำให้ iPhone Duo กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของงาน
การเปิดตัว iPhone Duo ยังถือเป็นการเข้าสู่ตลาดสมาร์ตโฟนจอพับอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ Apple และเป็นการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ iPhone ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การเปิดตัว iPhone รุ่นจอเต็ม

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังคงใช้ดีไซน์โดยรวมที่ต่อยอดจากรุ่นก่อน แต่ Apple ปรับปรุงองค์ประกอบสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะกล้อง ประสิทธิภาพ และการจัดการความร้อน
จุดเด่นสำคัญคือกล้องหลัก Fusion Main ความละเอียด 48MP ที่รองรับ Variable Aperture ผู้ใช้สามารถเลือกค่ารูรับแสง ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0 ได้ ช่วยควบคุมปริมาณแสง ระยะชัดลึก และลักษณะของภาพได้ละเอียดขึ้น
Apple ยังเพิ่มฟีเจอร์ Pro Controls ในแอป Camera สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการปรับค่าการถ่ายภาพด้วยตัวเอง ทั้งความเร็วชัตเตอร์ ค่า ISO รูรับแสง และการควบคุมโฟกัส ทำให้ iPhone 18 Pro เหมาะกับการถ่ายภาพและวิดีโอในระดับจริงจังมากขึ้น ด้านประสิทธิภาพ ทั้งสองรุ่นใช้ชิป A20 Pro พร้อมระบบ Vapor Chamber รุ่นใหม่ ช่วยจัดการความร้อนระหว่างการเล่นเกม การตัดต่อวิดีโอ และการใช้งานฟีเจอร์ AI ต่อเนื่อง ขณะที่ Dynamic Island มีขนาดเล็กลง ทำให้พื้นที่แสดงผลด้านบนของหน้าจอเพิ่มขึ้น
iPhone 18 Pro Max ยังได้รับการปรับปรุงแบตเตอรี่ครั้งใหญ่ โดย Apple ระบุว่าเป็นหนึ่งใน iPhone ที่มีระยะเวลาการใช้งานยาวนานที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา
สำหรับราคาในไทย iPhone 18 Pro เริ่มต้นที่ 48,900 บาท สำหรับความจุ 256GB มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ดำ เงิน ธารน้ำแข็ง และเบอร์กันดี โดยเปิดพรีออเดอร์วันที่ 12 กันยายน 2026 เวลา 19.00 น. และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายน 2026

Apple Watch Series 12 ได้รับการอัปเกรดให้เน้นการติดตามสุขภาพมากขึ้น โดยมาพร้อม Health Sensing System รุ่นใหม่ที่สามารถตรวจวัด Heart Rate เบื้องหลังได้ทุก 5 วินาที และเก็บข้อมูล Heart Rate Variability หรือ HRV ได้ถี่ขึ้น
ฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญคือ Readiness Score ซึ่งนำข้อมูลการนอนหลับ สัญญาณชีพ และกิจกรรมในแต่ละวันมาประเมินว่าร่างกายพร้อมออกกำลังกายหรือควรพักฟื้นมากน้อยเพียงใด
แบตเตอรี่ของ Apple Watch Series 12 ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง และชาร์จเพียง 15 นาทีเพื่อเพิ่มเวลาใช้งานได้สูงสุดอีก 12 ชั่วโมง รุ่นนี้มีราคาไทยเริ่มต้นที่ 14,900 บาท พร้อมตัวเลือกตัวเรือน Ceramic สี Pearl White และ Night Blue
ส่วน Apple Watch Ultra 4 ใช้ Health Sensing System และชิป S11 เช่นเดียวกับ Series 12 แต่เน้นผู้ใช้สายกีฬา การเดินทาง และกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่า แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมง และเพิ่มเป็น 84 ชั่วโมงเมื่อเปิด Low Power Mode
Apple Watch Ultra 4 ราคาไทยเริ่มต้นที่ 26,100 บาท

AirPods 5 เป็นหูฟังรุ่นใหม่ที่ได้รับการอัปเกรดด้านเสียงและการตัดเสียงรบกวน โดย Apple ใส่ Active Noise Cancellation หรือ ANC ให้ทั้งสองรุ่น ไม่ได้จำกัดเฉพาะรุ่นที่มาพร้อมเคสชาร์จไร้สายหูฟังใช้สถาปัตยกรรมเสียงแบบใหม่และ Adaptive EQ เจเนอเรชันถัดไป Apple ระบุว่าสามารถลดเสียงรบกวนได้มากกว่า AirPods 4 with ANC สูงสุด 50%
AirPods 5 ยังรองรับ Live Translation และการทำงานร่วมกับ Siri AI ส่วนรุ่น Wireless Charging Case เพิ่มความสามารถในการปัดที่ก้านหูฟังเพื่อปรับระดับเสียง พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น
ราคาในไทยมีดังนี้
* AirPods 5 ราคา 4,790 บาท
* AirPods 5 พร้อม Wireless Charging Case ราคา 5,490 บาท