คำว่า ‘ย้าย’ อาจไม่ตรงนัก เพราะครีเอเตอร์จำนวนมากเลือกเพิ่ม YouTube เข้าไปใน Content Ecosystem แทนการพึ่งแพลตฟอร์มเดียว
YouTube น่าสนใจเพราะรองรับทั้ง Shorts, วิดีโอยาว, Podcast, Live และคอนเทนต์ที่ค้นย้อนหลังได้ โดย YouTube ระบุว่า Shorts มียอดรับชมมากกว่า 200,000 ล้านวิวต่อวันทั่วโลก และมีการดูผ่านทีวีมากกว่า 1,000 ล้านชั่วโมงต่อวัน
นอกจากนี้ YouTube ยังทดลอง Ask YouTube ซึ่งรวบรวมวิดีโอ Long-form และ Shorts มาตอบคำถามผู้ชม ทำให้คอนเทนต์ How-to, รีวิว และความรู้มีโอกาสถูกค้นพบจากทั้ง Search และระบบ AI
หากมี TikTok อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด วิธีที่เหมาะกว่าคือใช้คลิปสั้นสร้าง Reach แล้วต่อยอดหัวข้อที่คนสนใจเป็นวิดีโอยาวบน YouTube เพื่อให้คอนเทนต์ทำงานได้นานขึ้น

- โฆษณาวิดีโอยาว ครีเอเตอร์ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับส่วนแบ่ง 55% ของรายได้สุทธิจากโฆษณาใน Watch Page
- YouTube Shorts รายได้จากโฆษณาใน Shorts Feed จะถูกรวมเป็น Creator Pool และครีเอเตอร์ที่ผ่านเกณฑ์ได้รับ 45% ของรายได้ที่จัดสรรให้
- YouTube Premium ครีเอเตอร์ยังได้รับส่วนแบ่งเมื่อสมาชิก Premium รับชมคอนเทนต์ แม้ผู้ชมจะไม่เห็นโฆษณา
- Channel Memberships แฟนช่องสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อรับ Badge, Emoji หรือคอนเทนต์พิเศษ ช่วยสร้างรายได้ประจำ
- Super Chat, Super Stickers และ Super Thanks ผู้ชมสนับสนุนครีเอเตอร์ได้ทั้งระหว่าง Live และผ่านวิดีโอ โดยครีเอเตอร์ได้รับ 70% ของรายได้สุทธิจาก Fan Funding และ Membership ตามเงื่อนไข
- Affiliate และ YouTube Shopping ครีเอเตอร์ Tag สินค้าและรับ Commission เมื่อเกิดการซื้อผ่านลิงก์หรือระบบ Shopping ที่เข้าเกณฑ์
- Sponsorship และ Brand Deal แบรนด์อาจจ้างรีวิว สนับสนุนวิดีโอ หรือทำ Branded Content โดยไม่ขึ้นกับรายได้ AdSense
ช่องที่มีตัวตนแข็งแรงยังต่อยอดไปสู่สินค้า คอร์ส งานอีเวนต์ ที่ปรึกษา หรือธุรกิจของตัวเองได้ ดังนั้นจำนวนผู้ติดตามจึงเป็นเพียงหนึ่งในตัวชี้วัด ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของรายได้

ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2026 มีเกณฑ์หลัก 2 ระดับ:
- เริ่มสร้างรายได้บางฟีเจอร์: มี 500 Subscribers วิดีโอสาธารณะ 3 คลิปใน 90 วัน และมี Watch Time 3,000 ชั่วโมงใน 12 เดือน หรือ Shorts Views 3 ล้านวิวใน 90 วัน
- รับส่วนแบ่งโฆษณา: มี 1,000 Subscribers และมี Watch Time 4,000 ชั่วโมงใน 365 วัน หรือ Shorts Views 10 ล้านวิวใน 90 วัน
เกณฑ์เหล่านี้เป็นเพียงเงื่อนไขเข้าสู่ระบบ รายได้จริงยังขึ้นอยู่กับประเภทคอนเทนต์ ประเทศของผู้ชม ความต้องการโฆษณา และช่องทางรายได้อื่น
สำหรับคนเริ่มทำ YouTube คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ ‘ทำอะไรให้ไวรัล’ แต่คือ มีเรื่องอะไรที่ทำต่อเนื่องได้ 50–100 คลิป และทำให้คนอยากกลับมาดูอีก
สูตรเริ่มต้นคือเลือก 1 Core Topic เช่น อาหาร การเงิน เทคโนโลยี วิ่ง ท่องเที่ยว หรือชีวิตการทำงาน แล้วแตกเป็น 2–3 Series ใช้ Shorts ทดลองหัวข้อและหาคนดูใหม่ ก่อนขยายหัวข้อที่มี Search Demand เป็น Long-form การแข่งขันสูงขึ้น แต่รูปแบบคอนเทนต์และช่องทางสร้างรายได้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เป้าหมายจึงไม่จำเป็นต้องเป็น ‘YouTuber ล้านซับ’ แต่อาจเริ่มจากช่องเล็กที่คนเชื่อใจ กลับมาดูซ้ำ และสร้างรายได้หลายทาง
หมายเหตุ: YouTube ประกาศการเปลี่ยนแปลงบางส่วนของ YouTube Partner Program ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2027 หากอ่านบทความหลังจากนั้น ควรตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดจาก YouTube Help อีกครั้ง