How to มูฟออนจากความผิดหวัง ฉบับ Self-Love ที่ทำได้จริง

Highlights

  • การยอมรับความเจ็บปวดไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลง
  • กิจกรรม Workshop ต่างๆ ช่วยตัดเสียงรบกวนในหัว และสร้างสมาธิที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ลึกซึ้งกว่าการพักผ่อนทั่วไป
  • การฮีลใจไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียวจบ แต่คือการสร้างนิสัยในการดูแลใจตัวเองอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ วัน

ความผิดหวังเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ แต่มักจะโผล่มาทักทายเราบ่อยที่สุดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การคาดหวังในตัวเอง หลายคนพยายามมองหาทางลัด เพื่อให้หายเจ็บปวดเร็วที่สุด แต่ในความเป็นจริง การมูฟออนไม่ใช่การวิ่งร้อยเมตร แต่มันคือการเดินทางไกลที่ต้องใช้ความเข้าใจ ความอดทน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Self-Love หรือการรักตัวเองในวันที่เราแทบจะรักตัวเองไม่ออก

การรักตัวเองไม่ใช่การตามใจตัวเองด้วยการช้อปปิ้งจนล้มละลาย หรือการกินของอร่อยเพื่อกลบความเศร้าเพียงชั่วคราว แต่มันคือการ ซ่อมแซม ระบบภายในจิตใจให้กลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในเมืองที่เร่งรีบ การหาวิธีฮีลใจที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมืองจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เรากลับมายืนได้อีกครั้ง

ขั้นตอนแรกของ Self-Love ไม่ใช่การฝืนยิ้มให้กระจกในตอนเช้าแล้วบอกว่า ‘ฉันโอเค’ ทั้งที่ข้างในพังยับเยิน แต่คือการกล้าเผชิญหน้ากับความอ่อนแอของตัวเอง การกดทับอารมณ์ ไม่ใช่ทางออกที่ฉลาด เพราะมีงานวิจัยยืนยันว่าการเก็บกดความรู้สึกไว้ ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกนั้นหายไป แต่มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเราในรูปแบบของความเครียดสะสม อาการนอนไม่หลับ หรือแม้แต่โรคทางกาย

ทำไมการยอมรับความจริงถึงสำคัญ? เมื่อเรายอมรับว่า ‘ตอนนี้ฉันกำลังเสียใจ’ สมองส่วน Amygdala ที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์จะเริ่มทำงานเบาลง การตั้งชื่อให้อารมณ์ เช่น ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกล้มเหลว หรือ ฉันกำลังเหงา จะช่วยให้เรารู้สึกว่าเรากำลังคุมเกมได้มากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้ความรู้สึกมืดมนนั้นครอบงำเราไปทั้งหมด

วิธีรับมือกับความผิดหวัง ในขั้นตอนนี้คือการให้พื้นที่ตัวเองได้เสียใจอย่างเต็มที่ ร้องไห้ให้สุด ปล่อยให้ความเจ็บปวดได้ทำงานของมัน เพราะการยอมรับความจริงคือการเปิดประตูบานแรกสู่การเยียวยา หากเราไม่ยอมรับว่าแผลอักเสบ เราจะไม่มีวันทำแผลให้หายได้เลย

เมื่อคำพูดไม่สามารถอธิบายความเจ็บปวดได้หมด ศิลปะ (Art Therapy) คือเครื่องมือสื่อสารที่ดีที่สุด ปัจจุบันการออกไปทำ Workshop ในวันหยุดกลายเป็นเทรนด์ที่คนเมืองเลือกใช้เป็น วิธีฮีลใจ เพราะมันคือการพาตัวเองออกจากหน้าจอและโลกโซเชียล เข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า Flow State

Flow State คืออะไร? คือภาวะที่เพื่อนๆ จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำจนลืมเวลา ลืมความทุกข์ และลืมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหัว การได้ลงมือทำอะไรบางอย่างด้วยมือจะช่วยลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และเพิ่มการหลั่งโดพามีน (สารแห่งความสุข) อย่างเป็นธรรมชาติ

  • Workshop วาดรูป การสะบัดพู่กันหรือการเลือกใช้โทนสี คือการปลดปล่อยอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สวย เพราะเป้าหมายไม่ใช่ผลงานที่สมบูรณ์แบบ แต่คือกระบวนการระหว่างทาง
  • Sound Healing สำหรับใครที่พลังงานหมดเกลี้ยง การบำบัดด้วยเสียง เช่น Crystal Singing Bowls กำลังเป็นที่นิยมมากในกรุงเทพฯ คลื่นความถี่ของเสียงจะช่วยปรับจูนคลื่นสมองให้เข้าสู่โหมดผ่อนคลายระดับลึก ช่วยล้างขยะในใจและเติมพลังงานบวกให้พร้อมเริ่มใหม่

อย่าประเมินค่าของ พื้นที่สีเขียวต่ำไป การอาศัยอยู่ในป่าคอนกรีตทำให้เราขาดการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยตรง การมูฟออนที่ดีต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรงด้วย

ลองเปลี่ยนชุดแล้วก้าวเท้าออกจากห้องไปที่สวนสาธารณะใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นสวนป่าเบญจกิติ หรือสวนลุมพินี การออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การจ็อกกิ้ง หรือแม้แต่การเดินช้าๆ ท่ามกลางต้นไม้จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติ

เทคนิคการฮีลใจในสวน

  1. Earthing ลองถอดรองเท้าเดินบนผืนหญ้าดูบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้ระบายประจุไฟฟ้าส่วนเกินและเชื่อมต่อกับพลังงานจากพื้นดิน
  2. Digital Detox ปิดแจ้งเตือนทุกอย่าง แล้วลองสังเกตแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ หรือฟังเสียงนก เสียงลมดูบ้าง
  3. Self-Reflection ขณะที่ร่างกายเคลื่อนไหว ให้ลองทบทวนตัวเองโดยไม่ตัดสิน การได้เห็นผู้คนหลากหลายในสวนสาธารณะจะช่วยให้เราตระหนักได้ว่า ทุกคนต่างมีจังหวะชีวิตของตัวเอง และความผิดหวังของเราก็เป็นเพียงบทเรียนหนึ่งในเส้นทางที่ยาวไกล

สุดท้ายแล้ว วิธีรับมือกับความผิดหวังที่ได้ผลที่สุดคือการให้เวลาตัวเอง การมูฟออนฉบับ Self-Love ไม่ใช่การลืมสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คือการจดจำมันได้โดยที่ไม่รู้สึกเจ็บเท่าเดิมอีกต่อไป

 

Related Posts

Leave a Comment

Categories

Recent Posts

Popular Tags

Scroll to Top