Highlights
- การกะพริบตาช้าๆ (Slow Blink) ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าเป็นวิธีที่แมวใช้สื่อสารความไว้วางใจและความรักต่อมนุษย์ ซึ่งมนุษย์สามารถใช้วิธีเดียวกันนี้เพื่อสร้างมิตรภาพกับแมวที่ไม่คุ้นเคยได้
- แมวมีแนวโน้มตอบสนองต่ออารมณ์และท่าทางของเจ้าของมากกว่าที่หลายคนคิด การเลียนแบบพฤติกรรมเชิงบวกของแมวจะช่วยลดความเครียดให้กับสัตว์เลี้ยงได้จริง
- การดูแลสัตว์เลี้ยงส่งผลทางอ้อมต่อการขยับร่างกาย (Physical Activity) ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายลดน้ำหนักในชีวิตประจำวันสำหรับคนรุ่นใหม่ได้สอดคล้องกัน
ในโลกของสัตว์นักล่า การสบตา (Eye Contact) มักถูกตีความว่าเป็นภัยคุกคาม หรือการท้าทาย แต่สำหรับแมวบ้านที่วิวัฒนาการมาอยู่ร่วมกับมนุษย์ พวกเขาได้พัฒนาวิธีการสื่อสารที่นุ่มนวลขึ้น การกะพริบตาช้า ๆ คือพฤติกรรมที่แมวจะค่อย ๆ หรี่ตาลงจนปิดสนิท หรือเกือบสนิท แล้วค้างไว้ครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้น
ทำไมถึงเรียกว่าจูบ? งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ (University of Sussex) และมหาวิทยาลัยพอร์ทสมัธ (University of Portsmouth) ในประเทศอังกฤษ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ยืนยันว่า การกะพริบตาช้า ๆ ของแมวเป็นสัญญาณของการแสดง ความไว้วางใจ และ ความผ่อนคลาย อย่างสูงสุด เมื่อแมวหลับตาลงต่อหน้าคุณ นั่นหมายความว่าพวกเขารู้สึกปลอดภัยพอที่จะลดการป้องกันตัวลง เปรียบเสมือนการส่งมอบความรักและความเชื่อใจที่ประเมินค่าไม่ได้

การที่แมวเลือกส่ง Cat Kiss ให้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือสัญญาณบ่งบอกสถานะความสัมพันธ์ระหว่าง คนกับแมว ที่มีนัยสำคัญดังนี้
- การลดกำแพงระหว่างสายพันธุ์ แมวเป็นสัตว์ที่ระแวดระวังภัยตลอดเวลา การจ้องตาโดยไม่กะพริบ คือสัญญาณของการจู่โจม แต่การ Slow Blink คือการบอกว่า ‘ฉันไม่ได้มาดีร้าย’ และ ‘ฉันสบายใจเมื่ออยู่ใกล้คุณ’
- การตอบสนองทางอารมณ์ งานวิจัยระบุว่าแมวมีแนวโน้มที่จะกะพริบตาช้า ๆ ตอบกลับมนุษย์ที่เริ่มทำท่าทางนี้ก่อน และพวกเขายังมีแนวโน้มที่จะเดินเข้าไปหาคนที่กะพริบตาช้า ๆ ให้มากกว่าคนที่ทำหน้านิ่งเฉย
- ช่วยลดความเครียด เมื่อเกิดความเข้าใจในระดับลึกซึ้งผ่านสายตา ทั้งแมวและเจ้าของจะมีการหลั่งสารออกซิโทซิน หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ลดความวิตกกังวล และสร้างความสุขในที่พักอาศัย

ถ้าอยากให้เจ้าเหมียวรู้ว่าเราก็รักเขาไม่แพ้กัน อย่ารอให้น้องเริ่มก่อน ลองเป็นฝ่ายรุกด้วยการ ‘ส่งจูบผ่านสายตา’ ตามขั้นตอนที่นักวิจัยแนะนำดังนี้
- หาจังหวะที่เหมาะสม เลือกช่วงเวลาที่แมวกำลังพักผ่อน หรืออยู่ในสภาวะผ่อนคลาย ไม่ควรทำตอนที่น้องกำลังตื่นตัวสุดขีดหรือกำลังล่าของเล่น
- สบตาอย่างอ่อนโยน มองตาแมวด้วยสายตาที่เป็นมิตร ไม่จ้องเขม็งจนน่ากลัว
- หรี่ตาลงช้าๆ ค่อยๆ ปิดตาลงเหมือนกำลังจะหลับ ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที
- ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเบนสายตาไปทางอื่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็นการกดดัน
การทำแบบนี้ซ้ำๆ จะช่วยให้แมวรับรู้ว่าคุณคือ Safe Zone ของเขา และบ่อยครั้งคุณจะพบว่าน้องจะกะพริบตาตอบกลับมา เป็นบทสนทนาไร้เสียงที่อบอุ่นที่สุดในบ้าน

ถ้าอยากให้เจ้าเหมียวรู้ว่าเราก็รักเขาไม่แพ้กัน อย่ารอให้น้องเริ่มก่อน ลองเป็นฝ่ายรุกด้วยการ ‘ส่งจูบผ่านสายตา’ ตามขั้นตอนง่ายๆ
- หาจังหวะที่เหมาะสม เลือกช่วงเวลาที่แมวกำลังพักผ่อน หรืออยู่ในสภาวะผ่อนคลาย ไม่ควรทำตอนที่น้องกำลังตื่นตัวสุดขีดหรือกำลังล่าของเล่น
- สบตาอย่างอ่อนโยน มองตาแมวด้วยสายตาที่เป็นมิตร ไม่จ้องเขม็งจนน่ากลัว
- หรี่ตาลงช้าๆ ค่อยๆ ปิดตาลงเหมือนกำลังจะหลับ ค้างไว้ประมาณ 1-2 วินาที
- ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเบนสายตาไปทางอื่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็นการกดดัน
การทำแบบนี้ซ้ำๆ จะช่วยให้แมวรับรู้ว่าเราคือ ‘Safe Zone’ ของเขา และบ่อยครั้งเพื่อน ๆ จะพบว่าน้องจะกะพริบตาตอบกลับมาสุดน่ารัก






