Checklist พร้อม! เตรียมตัวรับ ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคนเมืองไปตลอดกาล

มาทำความเข้าใจกันก่อนจะพุ่งตัวไปเตรียมบัตรโดยสาร เข้าร่วมโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท เพื่อน ๆ มาแกะเงื่อนไขสำคัญของนโยบายนี้กันก่อนจะได้ใช้คุ้มค่าและเซฟเงินได้จริงในทุกวัน ตามหลักการแล้วคอนเซ็ปต์ของนโยบายนี้ง่ายนิดเดียว คือ ‘นั่งกี่สถานี เปลี่ยนกี่สาย ก็จ่ายสูงสุดแค่ 20 บาท’ แต่มีกฎเหล็ก 2 ข้อที่ต้องจำให้แม่นคือ

  1. เปลี่ยนสายใน 30 นาที: ต้องแตะบัตรออกจากสถานีแรก แล้วไปแตะเข้าสถานีของสายถัดไปให้ทันภายในครึ่งชั่วโมง
  2. ใช้บัตรใบเดิมเสมอ ต้องเป็นบัตรใบเดียวกันเป๊ะๆ ที่ใช้แตะเข้า-ออกตลอดทริป

นึกภาพตามง่ายๆ สมมติว่าเพื่อน ๆ เริ่มต้นทริปจาก MRT สายสีม่วงที่ ‘สถานีคลองบางไผ่’ ไปลง ‘สถานีเตาปูน’ แล้วรีบเดินไปเปลี่ยนเป็น รถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ ‘สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์’ เพื่อไปจบที่ดอนเมือง

สายรถไฟฟ้าที่ให้บริการ

  1. รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สนามกีฬาแห่งชาติ – บางหว้า)
  2. รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (คูคต – การเคหะ)
  3. รถไฟฟ้าสายสีทอง (กรุงธนบุรี – คลองสาน)
  4. รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว – สำโรง)
  5. รถไฟฟ้าสายสีชมพู (ศูนย์ราชการนนทบุรี – มีนบุรี)
  6. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ท่าพระ – เตาปูน – หลักสอง)
  7. รถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่ – เตาปูน)
  8. รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (สถานีกลางกรุงเทพฯ – รังสิต)
  9. รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (สถานีกลางกรุงเทพฯ – ตลิ่งชัน)
  10. รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (พญาไท – สนามบินสุวรรณภูมิ)

ข้อมูลจาก https://www.mrta.co.th/th/20baht/general-information 

มาดูกันว่าไทม์ไลน์ของโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทมีอะไรที่คุณต้องทำบ้าง

การลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ตอนนี้โครงการได้เริ่มดำเนินการแล้วให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์แล้ว โดยเริ่มรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นไป ทางแอปพลิเคชั่น ‘ทางรัฐ’ ลิงก์ดาวน์โหลด https://dg.th/kw6uzvdo57 ซึ่งสามารถลงทะเบียนได้ตลอดไม่มีจำกัดสิทธิ์ และเริ่มใช้สิทธิ์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายได้วันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยมีเงื่อนไขและขั้นตอนดังนี้

  • ผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนต้องเป็น ‘บุคคลสัญชาติไทย’ โดยต้องใช้บัตรประชาชนหรือบัตรที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักในการลงทะเบียน
  • กรอกข้อมูลบัตรที่จะใช้ชำระค่าโดยสาร ที่รองรับระบบรถไฟฟ้านั้น ๆ เช่น บัตร Rabbit, บัตร ARL ซึ่งต้องผูกข้อมูลบัตรเข้ากับระบบลงทะเบียนของรัฐ (ผ่านแอปฯ หรือเว็บไซต์)
  • กดยินยอมข้อมูล ผู้ถือบัตรต้องยินยอมให้ภาครัฐใช้ข้อมูลการเดินทางเพื่อวิเคราะห์และพัฒนานโยบายในอนาคต

ดังนั้นก่อนลงทะเบียนอย่าลืมเตรียมบัตรโดยสารไว้ด้วยนะทุกคน

Step Checklist: เตรียมพร้อม ซ้อมใช้ รถไฟฟ้า 20 บาท เพื่อให้การเดินทางที่ราบรื่นไร้กังวล มาเตรียมตัวตาม checklist สำหรับการใช้สิทธิ์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนี้กัน

1. เตรียมบัตรโดยสารที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่ทุกบัตรที่ใช้กับโปรโมชั่น 20 บาทได้ บัตรที่จะใช้ได้ต้องเป็นบัตรที่ออกโดย รฟม. เท่านั้น ซึ่งได้แก่

  • บัตรโดยสาร EMV Contactless: บัตรเครดิต, บัตรเดบิต ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ซึ่งเป็นบัตรชำระเงินที่ใช้งานง่ายแค่แตะ ไม่ต้องเสียเวลาหยอดเหรียญ รวมถึงบัตรโดยสาร MRT EMV หรือ Mangmoom EMV ข้อสังเกตคือบัตรที่มีสัญลักษณ์ Contactless
  • บัตร Rabbit ที่มีฟังก์ชัน ABT (Account Based Ticketing)

2. แอปพลิเคชันที่ต้องมี และเส้นทางที่ควรรู้ เพื่อให้การเดินทางง่ายขึ้น ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางมาไว้ในมือถือ:

  • แอปพลิเคชัน MRT เพื่อดูเส้นทางและวางแผนการเดินทางในรถไฟฟ้า MRT
  • แอปพลิเคชัน SRT เพื่อดูเส้นทางและวางแผนการเดินทางในรถไฟฟ้าสายสีแดง
  • แอปพลิเคชัน Google Maps ใช้สำหรับนำทางและดูเส้นทางในภาพรวม
  • แอปพลิเคชัน ทางรัฐ เพื่อเข้าถึงข้อมูลและบริการภาครัฐต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเดินทางในอนาคต
  • แอปพลิเคชัน The Skytrain สำหรับดูข้อมูลเส้นทางและวางแผนการเดินทางบนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งอาจเชื่อมต่อกับการเดินทางของคุณได้ในบางกรณี

โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทไม่ใช่แค่เรื่องของการลดค่าใช้จ่าย แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 

ด้านเศรษฐกิจ ลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางในเมืองด้วยรถไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายที่แน่นอนและถูกกว่าการขับรถยนต์ส่วนตัวมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าบำรุงรักษารถกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น การเดินทางที่สะดวกขึ้นช่วยให้ผู้คนเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า หรือชุมชนต่าง ๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านสังคม ความเหลื่อมล้ำที่ลดลงการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ถูกลงช่วยให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการทำงานในเมืองได้อย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น สร้างความสะดวกสบายในชีวิตคนเมือง ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาจราจรที่ติดขัดอีกต่อไป ทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อทำสิ่งอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น หรือมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

ด้านสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ ยิ่งคนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นเท่าไหร่ จำนวนรถยนต์บนท้องถนนก็จะลดลงมากเท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษอื่น ๆ ลดลงตามไปด้วย 

 

Related Posts

Leave a Comment

Categories

Recent Posts

Popular Tags

Scroll to Top