Highlights
- การแยกแยะระหว่าง ‘อาการเพลียแดด’ กับ ‘ฮีทสโตรก’ คือจุดตัดสินใจสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตได้ทันเวลา
- หัวใจหลักคือการลดอุณหภูมิแกนกลางร่างกายให้ต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันระบบประสาทล้มเหลว
- คนเมืองที่สลับไปมาระหว่างห้องแอร์และแดดจัด มีความเสี่ยงสะสมจากการที่ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน
ยินดีต้อนรับสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ช่วงเวลาที่อุณหภูมิเมืองพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสได้ง่ายๆ แม้จะเป็นนาทีทองของสาย Outdoor แต่ภายใต้แสงแดดอันสดใส มีภัยเงียบที่เรียกว่า ‘ฮีทสโตรก’ (Heatstroke) หรือโรคลมแดดรออยู่ ฮีทสโตรกไม่ใช่แค่การเพลียแดดธรรมดา แต่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะเมื่อค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) อยู่ในระดับอันตราย กลไกปกติของร่างกายจะระบายความร้อนผ่านเหงื่อ แต่เมื่อเจอ อากาศร้อน จัดและความชื้นสูงจนเหงื่อระเหยไม่ได้ ร่างกายจะสะสมความร้อนจนอุณหภูมิแกนกลางพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ระบบประสาท หัวใจ และไต ทำงานล้มเหลวทันที
ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนเสมอ การแยกอาการระหว่าง Heat Exhaustion (เพลียแดด) และ Heatstroke (ฮีทสโตรก) จึงสำคัญต่อการรอดชีวิต
.
สัญญาณเตือนเบื้องต้น
- เหงื่อออกมาก ผิวหนังเย็นและชื้น
- เวียนหัว ปวดหัวหนึบๆ
- ชีพจรเต้นเร็วแต่เบา เป็นตะคริวตามตัว
สัญญาณวิกฤต…เข้าสู่โหมด Heatstroke หากพบอาการเหล่านี้ ให้ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทันที
- ตัวร้อนจัดแต่ผิวแห้งผาก ร่างกายหยุดผลิตเหงื่อ แปลว่าระบบระบายความร้อนล้มเหลวโดยสมบูรณ์
- อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศา รู้สึกร้อนระอุจากภายในเหมือนมีไฟสุม
- สับสน มึนงง เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง เพ้อ หรือมีอาการชัก เนื่องจากสมองถูกความร้อนทำลาย
- คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ร่างกายพยายามตอบสนองต่อสภาวะวิกฤต
ชีพจรเต้นเร็วแรง หัวใจทำงานหนักเกินพิกัดเพื่อสูบฉีดเลือดระบายความร้อน
เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่าเป็นฮีทสโตรก สิ่งแรกที่ต้องทำคือ โทร 1669 ทันที ระหว่างรอรถพยาบาล ‘ทุกนาทีมีค่า’ ในการดึงความร้อนออกจากร่างกายตามคำแนะนำของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ดังนี้
- ย้ายเข้าที่ร่ม นำผู้ป่วยเข้าที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือห้องแอร์ดีที่สุด
- จัดท่านอน นอนหงาย ยกเท้าทั้งสองข้างสูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมอง
- คลายเสื้อผ้า ถอดรองเท้า ถุงเท้า และคลายเข็มขัดหรือเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก
- ลดอุณหภูมิเร่งด่วน ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นเช็ดตัวย้อนรูขุมขน เน้นจุดยุทธศาสตร์ที่มีเส้นเลือดใหญ่ เช่น รักแร้, ขาหนีบ และลำคอ
- เปิดพัดลมช่วย ใช้พัดลมเป่าตัวขณะเช็ดตัวเพื่อเร่งการระเหยของน้ำซึ่งจะดึงความร้อนออกได้เร็วขึ้น
- ห้ามกรอกน้ำคนหมดสติ หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ห้ามให้ดื่มน้ำเด็ดขาดเพราะจะทำให้สำลักลงปอด
การใช้ชีวิตท่ามกลางป่าคอนกรีตที่สะสมความร้อนสูง การดูแลสุขภาพ ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพอากาศแบบ Proactive ของเราๆ
- อย่ารอให้หิวน้ำ จิบน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งนาน ๆ ควรดื่มเครื่องดื่มผสมเกลือแร่เพื่อชดเชยโซเดียมที่เสียไปกับเหงื่อ
- เลือกเสื้อผ้าผ้าคอตตอนหรือลินินสีอ่อนที่ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดความร้อนสะสมบนผิวหนัง
- ปรับตารางออกกำลังกาย Outdoor เป็นช่วงก่อน 07.30 น. หรือหลัง 18.00 น. หลีกเลี่ยงแดดจัดช่วง 11.00 – 16.00 น.
- เน้นทานผลไม้ฉ่ำน้ำอย่างแตงโม หรือแตงกวา หลีกเลี่ยงมื้อหนักที่มีโปรตีนสูงจัดในช่วงกลางแดด เพราะกระบวนการย่อยจะยิ่งเพิ่มความร้อนในร่างกาย
- ก่อนออกจากห้องแอร์ไปเจอแดด 40 องศา ควรปิดแอร์ล่วงหน้า 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลอุณหภูมิ ลดอาการ Shock จากความร้อนฉับพลัน
การใช้ชีวิตในหน้าร้อนจะสนุกและปลอดภัย ถ้าคุณรู้จักฟังเสียงร่างกายและเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธี เท่านี้ฮีทสโตรกก็ทำอะไรคุณไม่ได้






