Highlights
- ป็อปคอร์นมีดัชนีความอิ่ม สูงกว่ามันฝรั่งทอดถึง 1.6 เท่า หมายความว่าเพื่อน ๆ จะอิ่มเร็วกว่าเมื่อทานในปริมาณที่เท่ากัน
- การทานป็อปคอร์น 1 ถุงเล็ก ให้ใยอาหารเทียบเท่ากับการทานข้าวกล้อง 1 จาน
- การเปลี่ยนภาชนะและวิธีการทานเป็นกุญแจสำคัญของการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนมากกว่าการอดอาหาร
เวลาเดินเข้าโรงภาพยนตร์ กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกจนทำให้เราใจสั่นไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมของคนข้างๆ แต่คือกลิ่นหอมฟุ้งของเนยและคาราเมลจากเคาน์เตอร์ ป็อปคอร์น สำหรับหลายคน การดูหนังโดยไม่มีถังป็อปคอร์นวางบนตักก็เหมือนการดูฟุตบอลที่ไม่มีลูกบอล มันคือของคู่กันที่ขาดไม่ได้
แต่ในขณะเดียวกัน ภาพจำของป็อปคอร์นในหัวของสาย Healthy หรือคนที่กำลัง ลดน้ำหนัก มักจะถูกแปะป้ายว่าเป็น ‘ระเบิดแคลอรี่’ ที่เต็มไปด้วยไขมันทรานส์ โซเดียม และน้ำตาลมหาศาล ซึ่งก็ไม่ผิดนักหากเราพูดถึงเวอร์ชันที่อาบด้วยคาราเมลจนเยิ้ม หรือคลุกผงปรุงรสจนส้มจัด
แต่ถ้าลองเอาสิ่งที่ปรุงแต่งเหล่านั้นออกไป ไม่ว่าจะเนย หรือผงปรุงรสต่าง ๆ เพื่อน ๆ จะพบกับความจริงที่น่าทึ่งว่าแท้จริงแล้ว ‘เมล็ดข้าวโพดคั่ว’ คือหนึ่งใน ขนมเพื่อสุขภาพ ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่ง หากเรารู้วิธีเลือกกินให้เป็น มันจะเปลี่ยนจากศัตรูของการคุมน้ำหนัก กลายเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดในมื้อว่างของเพื่อน ๆ ทันที

เหตุผลที่ป็อปคอร์นสมควรได้รับตำแหน่งขนมสุขภาพ เพราะมันคือ ธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole Grain) 100% ซึ่งหมายความว่ามันไม่ได้ผ่านการขัดสีเอาส่วนที่มีประโยชน์ออกไปเลย ทั้งส่วนรำ (Bran) ส่วนเนื้อข้าวโพด (Endosperm) และจมูกข้าว (Germ) ยังอยู่ครบถ้วน
- ใยอาหารที่มากกว่าที่คิด การกินป็อปคอร์น 3 ถ้วยตวง ให้ใยอาหาร (Fiber) ประมาณ 3.5 กรัม ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับ ใยอาหารเหล่านี้ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี และที่สำคัญคือช่วยให้อิ่มท้องนาน ลดอาการหิวจุกจิกได้ดีเยี่ยม
- สารต้านอนุมูลอิสระที่ล้ำหน้าผักใบเขียว ป็อปคอร์นมีสารประกอบฟีนอลิก (Polyphenols) ในปริมาณที่สูงมาก สารตัวนี้ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบในร่างกาย และป้องกันโรคเรื้อรัง หากกินในปริมาณที่พอดี

ความลับที่ทำให้ป็อปคอร์นกลายเป็นของว่างสำหรับการ ลดน้ำหนัก ไม่ใช่การอดกิน แต่คือการเปลี่ยนวิธีทำ
หากเพื่อน ๆ ดูตัวเลขแคลอรี่จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนจนน่าตกใจ
- ป็อปคอร์นหน้าโรงหนัง (ถังใหญ่) อาจพุ่งสูงถึง 1,000 – 1,200 แคลอรี่ แถมพ่วงด้วยไขมันอิ่มตัวที่เกินโควตาต่อวัน
- ป็อปคอร์นแบบคั่วด้วยลมร้อน ปริมาณ 3 ถ้วยตวง ให้พลังงานเพียงแค่ 90 – 100 แคลอรี่ เท่านั้น!
การเปลี่ยนมาใช้เครื่องคั่วลมร้อนหรือการใช้ไมโครเวฟโดยไม่ใส่เนย หรือ น้ำมัน คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนสถานะ ป็อปคอร์น เพราะเมื่อไม่มีไขมันส่วนเกิน ร่างกายจะได้รับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่เผาผลาญได้อย่างช้าๆ ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงปรี๊ดเหมือนขนมขบเคี้ยวทั่วไป
Tips การปรุงรสฉบับ Healthy หากรู้สึกว่าแบบจืดมันชวนง่วงเกินไป แนะนำให้ลองใช้ ‘เครื่องปรุงทางเลือก’ แทนเนย เช่น ผงซินนามอน (Cinnamon) ช่วยเพิ่มความหอมหวานและช่วยคุมระดับน้ำตาล หรือ พริกป่นหรือปาปริก้า เร่งการเผาผลาญและเพิ่มรสชาติจัดจ้านโดยไม่มีแคลอรี่เพิ่ม

หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการกินป็อปคอร์นคือพฤติกรรม ‘Mindless Eating‘ หรือการกินไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวขณะใจจดจ่ออยู่กับหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นในโรงหนังหรือดูซีรีส์ Netflix อยู่ที่บ้าน
ดังนั้นการจะเปลี่ยนป็อปคอร์นให้เป็น ขนมเพื่อสุขภาพ อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องปรับที่พฤติกรรมการกินด้วย
- แบ่งใส่ถ้วยเล็ก อย่ากินจากถุงใหญ่โดยตรง การเห็นก้นถ้วยจะช่วยส่งสัญญาณบอกสมองว่า ‘เราอิ่มแล้ว’
- เคี้ยวให้ช้าลง ป็อปคอร์นเป็นขนมที่มีปริมาตรเยอะ แต่แคลอรี่ต่ำ การเคี้ยวทีละชิ้นจะช่วยให้สมองได้รับสัญญาณอิ่มก่อนที่เพื่อน ๆ จะเผลอกินหมดถุง
- ดื่มน้ำตาม เนื่องจากใยอาหารในป็อปคอร์นต้องการน้ำในการทำงานเพื่อช่วยระบบขับถ่าย การดื่มน้ำเปล่าควบคู่ไปจะช่วยให้อิ่มสบายท้องมากขึ้น
การเปลี่ยนภาพลักษณ์ของป็อปคอร์นจ มาเป็นของว่างสายสุขภาพนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เปลี่ยนวิธีปรุงและปรับวิธีทาน ก็สามารถสนุกกับไลฟ์สไตล์การดูหนังพร้อมของว่างคู่ใจได้อย่างยั่งยืน






