Highlights
- กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับปัจจุบัน ยังคงให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีสำหรับบ้านหลังแรก (มีชื่อในทะเบียนบ้าน) ที่มีมูลค่าราคาประเมินไม่เกิน 50 ล้านบาท
- การครอบครองบ้านหลังที่สอง หรือการมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ไม่ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน จะต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกในอัตรา 0.02% โดยไม่มีข้อยกเว้น
- การเสียภาษีบ้านที่อยู่อาศัยมีวิธีการคำนวณที่เข้าใจได้ง่าย โดยอิงจากราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์ คูณด้วยอัตราภาษีที่จัดเก็บแบบขั้นบันได
- เจ้าของอสังหาริมทรัพย์สามารถใช้เทคนิคการวางแผนภาษี เช่น การย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านหลังที่มีมูลค่าสูงสุด หรือการกระจายกรรมสิทธิ์ให้ทายาท เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 เรื่องสำคัญที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องเตรียมตัวและทำความเข้าใจในทุก ๆ ปีคือ การเสียภาษีบ้านที่อยู่อาศัย หรือที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ไม่ว่าคุณจะครอบครอง บ้านโครงการขนาดใหญ่ ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม กฎหมายฉบับนี้มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายรายปี หากทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และข้อยกเว้นต่าง ๆ อย่างรอบด้าน จะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินและรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเองได้อย่างเต็มที่ บทความนี้ Ananda Development จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญที่ต้องรู้แบบเข้าใจง่าย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนถึงกำหนดชำระ
ภาษีบ้านที่อยู่อาศัยคืออะไร? ใครบ้างที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี
ภาษีบ้านและที่ดิน เป็นภาษีที่ภาครัฐจัดเก็บเป็นรายปีจากผู้ที่ครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะนำเงินภาษีที่จัดเก็บได้ไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่ สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชำระภาษีประเภทนี้ จะพิจารณาจากรายชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ณ วันที่ 1 มกราคม ของปีภาษีนั้น ๆ โดยกลุ่มผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่
- ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนโฉนดที่ดิน
- ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2)
- ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐ
เจาะลึกประเภทที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้แบ่งประเภทการใช้ประโยชน์ออกเป็นหลายกลุ่ม โดยกลุ่ม “ที่อยู่อาศัย” มีเงื่อนไขและรายละเอียดการคำนวณที่แตกต่างกันไปตามลักษณะการครอบครอง ดังนี้
บ้านหลังแรก สิทธิยกเว้นภาษีที่ควรรู้
สำหรับผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้น ณ วันที่ 1 มกราคม จะถูกนับให้เป็น “บ้านหลังแรก” (บ้านหลัก) รัฐบาลได้มอบสิทธิพิเศษโดยยกเว้นการจัดเก็บภาษีให้กับทรัพย์สินที่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท (กรณีที่เป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)
แต่หากเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง (เช่น ปลูกบ้านบนที่ดินเช่า) จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าที่ไม่เกิน 10 ล้านบาท สิทธิประโยชน์นี้ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้อย่างแท้จริง
บ้านหลังที่สองขึ้นไป
กรณีที่บุคคลหนึ่งครอบครองอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง บ้านหรือห้องชุดหลังที่ไม่มีชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ในทะเบียนบ้าน จะถูกนับให้เป็น “บ้านหลังอื่น ๆ” ทันที ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะมีราคาประเมินเท่าใดก็ตาม จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีแบบบ้านหลัก และต้องเริ่มคำนวณเพื่อเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การบริหารจัดการชื่อในทะเบียนบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินหลายรายการ
วิธีคำนวณการเสียภาษีบ้านที่อยู่อาศัย พร้อมสูตรคำนวณง่าย ๆ
การประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สามารถทำความเข้าใจและคำนวณเบื้องต้นด้วยตนเองได้ โดยใช้ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์เป็นฐานในการคิดคำนวณ ไม่ได้ใช้ราคาซื้อขายจริงแต่อย่างใด
สูตรคำนวณภาษีบ้านและที่ดิน
สำหรับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จะต้องนำราคาประเมินที่ดินมารวมกับราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง (ที่หักค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานแล้ว) เพื่อหาฐานภาษี จากนั้นนำไปลบกับมูลค่าที่ได้รับยกเว้น (ถ้ามี) แล้วจึงคูณด้วยอัตราภาษี
| สูตรคำนวณ : [(ราคาประเมินที่ดิน + ราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง) – มูลค่ายกเว้น] x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย |
ตัวอย่าง (กรณีบ้านหลังแรก ราคาประเมินรวม 60 ล้านบาท)
- หักมูลค่าที่ได้รับสิทธิยกเว้น 50 ล้านบาท จะเหลือฐานภาษีที่ต้องนำมาคำนวณคือ 10 ล้านบาท
- นำส่วนเกิน 10 ล้านบาท x อัตราภาษี 0.03% = 3,000 บาท
- สรุป ภาษีที่ต้องชำระรายปีคือ 3,000 บาท
สูตรคำนวณภาษีคอนโดมิเนียม
การคำนวณภาษีสำหรับห้องชุด จะใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ของห้องชุดนั้น ๆ ซึ่งได้คำนวณรวมสัดส่วนพื้นที่ส่วนกลางไว้เรียบร้อยแล้ว หากเป็นคอนโดพร้อมอยู่ที่ซื้อเก็บไว้เป็นบ้านหลังที่สอง จะไม่มีการหักมูลค่ายกเว้นใด ๆ
| สูตร : ราคาประเมินห้องชุด x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย |
ตัวอย่าง (กรณีคอนโดหลังที่สอง ราคาประเมิน 5 ล้านบาท)
- เนื่องจากถูกนับเป็นหลังที่สอง จึงต้องคำนวณตั้งแต่บาทแรก
- นำ 5 ล้านบาท x อัตราภาษี 0.02% = 1,000 บาท
- สรุป ภาษีที่ต้องชำระรายปีคือ 1,000 บาท
อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 สำหรับการอยู่อาศัย
อัตราการจัดเก็บภาษีจะถูกคิดแบบขั้นบันไดตามราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยแบ่งแยกตามลักษณะการครอบครอง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนสามารถดูได้จากตารางต่อไปนี้
| ราคาประเมินทุนทรัพย์ | อัตราภาษี บ้านหลังแรก (ที่ดิน+สิ่งปลูกสร้าง) | อัตราภาษี บ้านหลังแรก (เฉพาะสิ่งปลูกสร้าง) | อัตราภาษี บ้านหลังที่สองขึ้นไป |
| 0 – 10 ล้านบาท | ยกเว้น | ยกเว้น | 0.02% |
| เกิน 10 – 50 ล้านบาท | ยกเว้น | 0.02% | 0.02% |
| เกิน 50 – 75 ล้านบาท | 0.03% | 0.03% | 0.03% |
| เกิน 75 – 100 ล้านบาท | 0.05% | 0.05% | 0.05% |
| 100 ล้านบาทขึ้นไป | 0.10% | 0.10% | 0.10% |
5 เทคนิคการวางแผนภาษีบ้านและที่ดินให้คุ้มค่าที่สุด

สำหรับผู้ที่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง การวางแผนภาษีอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของรัฐ จะช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรายปีให้คุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
1. ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านหลังที่มีมูลค่าสูงที่สุด
หากมีบ้านหรือคอนโดหลายหลัง ควรพิจารณาย้ายชื่อของตนเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านของทรัพย์สินที่มีราคาประเมินสูงที่สุด ก่อนวันที่ 1 มกราคม ของปีภาษีนั้น เพื่อใช้สิทธิให้ทรัพย์สินนั้นเป็นบ้านหลักและรับการยกเว้นภาษีสูงสุด 50 ล้านบาท วิธีนี้จะช่วยลดภาระภาษีในภาพรวมได้อย่างมหาศาล
2. กระจายการถือครองกรรมสิทธิ์ให้ทายาท
การโอนกรรมสิทธิ์บ้านหลังอื่น ๆ ให้แก่บุตรหรือทายาท และให้ทายาทย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้น จะทำให้ทรัพย์สินดังกล่าวกลายเป็น “บ้านหลังแรก” ของทายาท ซึ่งจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามเกณฑ์ 50 ล้านบาทเช่นเดียวกัน ช่วยลดภาระภาษีของครอบครัวได้
3. เปลี่ยนที่ดินรกร้างเป็นที่ดินเกษตรกรรม
หากมีที่ดินเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มักจะถูกจัดอยู่ในประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งมีอัตราภาษีเริ่มต้นที่ 0.3% และเพิ่มขึ้น 0.3% ทุกๆ 3 ปี (สูงสุดไม่เกิน 3%) การนำที่ดินมาทำประโยชน์ทางเกษตรกรรมตามเงื่อนไขที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด เช่น การปลูกพืชผลตามจำนวนต้นต่อไร่ที่ระบุ จะช่วยเปลี่ยนประเภทการจัดเก็บภาษีให้เข้าสู่เกณฑ์เกษตรกรรมที่มีอัตราจัดเก็บต่ำกว่ามาก
4. ตรวจสอบราคาประเมิน
ราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์จากกรมธนารักษ์จะมีการปรับปรุงรอบใหม่ทุกๆ 4 ปี ควรหมั่นตรวจสอบราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตนเอง เพื่อให้ทราบฐานภาษีที่แท้จริง หากพบว่าราคาประเมินหรือประเภทการใช้งานที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งประเมินภาษีไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องคัดค้านต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
5. ใช้สิทธิลดหย่อนกรณีเป็นทรัพย์สินที่ได้รับมรดก
ตามกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้รับกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินมาจากการรับมรดก และใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน กฎหมายให้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้ 50% ของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ถือเป็นอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่คนรับมรดกไม่ควรพลาด
กำหนดการจ่ายภาษีและช่องทางการชำระที่สะดวก

โดยปกติแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เช่น อบต., เทศบาล หรือสำนักงานเขตใน กทม.) จะจัดส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีไปให้เจ้าของทรัพย์สินทางไปรษณีย์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งผู้เสียภาษีจะต้องชำระภาษีภายในเดือนเมษายน (เว้นแต่จะมีการประกาศขยายระยะเวลาจากภาครัฐเป็นกรณีพิเศษ) โดยสามารถเลือกช่องทางการชำระได้ตามความสะดวก ดังนี้
- ชำระผ่านจุดบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง (สำนักงานเขต, เทศบาล, อบต.)
- ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้
- ชำระผ่านระบบ Mobile Banking ด้วยการสแกน QR Code หรือ Barcode บนใบแจ้งประเมินภาษี
- ชำระผ่านจุดบริการไปรษณีย์ไทย
ข้อควรระวัง! หากไม่เสียภาษีบ้านตามเวลาที่กำหนด
การละเลยหรือหลีกเลี่ยงไม่ชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด จะมีผลกระทบตามมาทั้งในด้านของค่าปรับและข้อจำกัดทางกฎหมาย ผู้ที่ชำระล่าช้าจะต้องเสียเบี้ยปรับ 10-40% ของยอดภาษี (ขึ้นอยู่กับว่าชำระก่อนหรือหลังได้รับหนังสือแจ้งเตือน) และต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้างชำระ
ยิ่งไปกว่านั้น หากมียอดภาษีค้างชำระ จะไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ เช่น การทำธุรกรรมขาย หรือการโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน จนกว่าจะมีการเคลียร์ยอดภาษีค้างชำระพร้อมเบี้ยปรับให้ครบถ้วนเสียก่อน
สรุปบทความ
การเสียภาษีบ้านที่อยู่อาศัยเป็นหน้าที่ที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติให้ถูกต้องในทุก ๆ ปี การรับทราบถึงสิทธิยกเว้นสำหรับบ้านหลังแรก วิธีการประเมินราคา และอัตราภาษี จะช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถเตรียมความพร้อมทางการเงินได้อย่างรัดกุม นอกจากนี้ การนำเทคนิคการวางแผนภาษีมาปรับใช้ ย่อมส่งผลดีต่อการบริหารจัดการทรัพย์สินในระยะยาว ช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และรักษาสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์
FAQ รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเสียภาษีบ้านที่อยู่อาศัย
ซื้อคอนโดไว้แต่ไม่ได้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ต้องเสียภาษีหรือไม่?
ต้องเสียภาษี แม้คุณจะมีที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวแต่หากไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทรัพย์สินนั้นจะถูกจัดอยู่ในหมวด “บ้านหลังที่สอง” (หรือบ้านหลังอื่นๆ) ซึ่งจะต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกโดยไม่มีส่วนลดยกเว้น 50 ล้านบาท หากเป็นคอนโดกรุงเทพที่มีมูลค่าประเมิน 3 ล้านบาท ก็จะต้องนำมูลค่านี้ไปคูณกับอัตราภาษี 0.02% ทันที
บ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องไปแจ้งกรมที่ดินหรือสำนักงานเขตไหม?
ไม่จำเป็นต้องไปดำเนินการแจ้งเพื่อขอรับสิทธิยกเว้นด้วยตนเอง เนื่องจากระบบของภาครัฐมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมที่ดินและทะเบียนราษฎร หากมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บนโฉนดและมีชื่อในทะเบียนบ้าน ณ วันที่ 1 มกราคม ระบบจะประเมินและให้สิทธิยกเว้นภาษีในฐานะบ้านหลังแรกโดยอัตโนมัติ
การปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโด ต้องเสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัยหรือพาณิชยกรรม?
ตามแนวทางปฏิบัติของภาครัฐ หากเป็นการปล่อยเช่า คอนโดติดรถไฟฟ้า หรือบ้าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการ “อยู่อาศัย” โดยผู้เช่าใช้เป็นที่พักอาศัยจริง จะยังคงถูกจัดเก็บภาษีในอัตราของ “ที่อยู่อาศัย” ไม่ใช่อัตราพาณิชยกรรม แต่หากผู้เช่านำไปจดทะเบียนบริษัท เปิดหน้าร้าน หรือดัดแปลงเป็นพื้นที่ค้าขาย ทรัพย์สินนั้นจะถูกประเมินภาษีในอัตราการใช้ประโยชน์อื่นๆ (พาณิชยกรรม) ซึ่งมีอัตราการจัดเก็บที่สูงกว่า






