ผ่อนบ้านกับโครงการ

ซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการคืออะไร? ทางเลือกใหม่ไม่ต้องกู้ธนาคาร

Highlights

  • การซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการเป็นทางเลือกทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัย แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องเอกสารแสดงรายได้ หรือยังไม่พร้อมยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
  • จุดเด่นของรูปแบบนี้คือเกณฑ์การพิจารณาที่มีความยืดหยุ่น ไม่ได้อิงประวัติเครดิตทางการเงินที่เข้มงวดเท่าธนาคาร ทำให้ผู้ซื้อสามารถเข้าพักอาศัยในโครงการได้รวดเร็วขึ้น
  • ผู้ซื้อสามารถใช้ระยะเวลาในช่วงการผ่อนตรง เพื่อสร้างประวัติการชำระเงินที่มีวินัย และเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต
  • ก่อนตัดสินใจทำสัญญา ควรศึกษาเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ และเลือกทำสัญญากับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือ

การมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองคือเป้าหมายสำคัญของใครหลายคน แต่ในขั้นตอนการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินอาจเป็นเรื่องท้าทาย ทั้งในเรื่องเอกสารแสดงที่มาของรายได้ การประกอบอาชีพอิสระ หรือประวัติภาระหนี้สินเดิม สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านโครงการเพื่ออยู่อาศัยจริง ปัจจุบันมีทางเลือกที่เรียกว่าการซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการ ซึ่งเข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้ บทความนี้ Ananda Development จะพาไปทำความรู้จักรูปแบบการผ่อนชำระทางเลือก ว่ามีข้อดีและข้อควรระวังอย่างไรบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ

การซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการคืออะไร?

การซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการ (Direct Installment) คือ รูปแบบการทำสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ซื้อทำการผ่อนชำระค่างวดให้กับบริษัทผู้พัฒนาโครงการหรือเจ้าของทรัพย์โดยตรง แทนการกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยกรรมสิทธิ์ของที่อยู่อาศัยจะยังคงเป็นของโครงการจนกว่าจะมีการผ่อนชำระครบถ้วนตามสัญญา หรือจนกว่าผู้ซื้อจะมีความพร้อมในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเพื่อนำเงินก้อนมาปิดยอดคงเหลือ รูปแบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถขนย้ายสัมภาระเข้าพักอาศัยได้ทันทีในระหว่างที่ยังผ่อนชำระ เปรียบเสมือนการเช่าซื้อที่เงินงวดถูกนำไปตัดยอดราคาบ้านตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

ผ่อนดาวน์ VS ผ่อนตรง VS กู้ธนาคารต่างกันอย่างไร

หลายคนอาจสับสนระหว่างการผ่อนดาวน์ การผ่อนตรง และการกู้ธนาคารตามปกติ เพื่อให้เห็นภาพรวมและจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน สามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ ผ่อนดาวน์ ผ่อนตรงกับโครงการ กู้ธนาคาร
ช่วงเวลาที่ผ่อน ผ่อนระหว่างที่โครงการกำลังก่อสร้าง ผ่อนเมื่อโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ผ่อนเมื่อโครงการสร้างเสร็จและทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์
การเข้าอยู่อาศัย ยังเข้าอยู่ไม่ได้ ต้องรอสร้างเสร็จ เข้าพักอาศัยได้ทันทีตามเงื่อนไขสัญญา เข้าพักอาศัยได้ทันที
กรรมสิทธิ์ ยังเป็นของโครงการ ยังเป็นของโครงการ (จนกว่าจะปิดยอด) เป็นของผู้ซื้อ (แต่ติดจำนองกับธนาคาร)
การพิจารณา ไม่เช็กประวัติทางการเงิน พิจารณาความสามารถเบื้องต้น มีความยืดหยุ่น ตรวจสอบเครดิตบูโรและรายได้ตามเกณฑ์ธนาคาร
อัตราดอกเบี้ย ไม่มีดอกเบี้ย (จ่ายเป็นเงินต้น) มีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมตามที่โครงการกำหนด ตามอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านของธนาคาร

 

5 ข้อดีของการเลือกซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการ ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ข้อดีซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการ

การทำสัญญาผ่อนชำระกับโครงการโดยตรง มีจุดเด่นที่ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ที่มีข้อจำกัดทางการเงินในปัจจุบัน โดยมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้

1. อนุมัติง่าย ไม่เช็กเครดิตการเงินเข้มงวด

ผู้พัฒนาโครงการมักมีเกณฑ์การพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่าธนาคารพาณิชย์ โดยเน้นประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ ณ ปัจจุบันเป็นหลัก และไม่ได้อิงประวัติเครดิตทางการเงินย้อนหลังอย่างเข้มงวด เนื่องจากกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของโครงการ จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจและยังไม่มีเอกสารเดินบัญชีที่ครบถ้วนตามเกณฑ์สถาบันการเงิน

2. เข้าอยู่อาศัยได้ทันที ไม่ต้องรอกู้ผ่าน

เมื่อตกลงทำสัญญาและเคาะยอดชำระงวดแรกตามที่กำหนด ผู้ซื้อจะได้รับสิทธิให้เข้าพักอาศัยในคอนโดพร้อมอยู่ หรือบ้านที่เลือกไว้ได้ทันที ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ต้องจ่ายทั้งค่าเช่าที่พักเดิมและต้องเตรียมเงินออมสำหรับซื้อบ้านใหม่ไปพร้อม ๆ กัน

3. เงื่อนไขยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามตกลง

เงื่อนไขในการผ่อนชำระ ทั้งระยะเวลา อัตราค่างวด และยอดเงินดาวน์ มักสามารถพูดคุยรายละเอียดกับทางโครงการได้โดยตรง เพื่อหาจุดที่เหมาะสมกับสภาพคล่องทางการเงินของผู้ซื้อ ทำให้การบริหารจัดการรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือนสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ลดภาระค่าธรรมเนียมและค่าจดจำนองในช่วงแรก

เนื่องจากการผ่อนตรงกับโครงการในช่วงแรกยังไม่มีการทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์หรือการจดจำนองกับธนาคาร ผู้ซื้อจึงยังไม่ต้องเตรียมเงินก้อนสำหรับชำระค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง ณ สำนักงานที่ดินในทันที ช่วยประหยัดเงินสดสำรองในช่วงเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่

5. เป็นการสร้างโปรไฟล์การเงินเพื่อรีไฟแนนซ์ในอนาคต

การผ่อนค่างวดอย่างตรงเวลาและสม่ำเสมอกับโครงการในระยะเวลาหนึ่ง (เช่น 1-3 ปี) สามารถนำใบเสร็จรับเงินหรือประวัติการชำระเหล่านี้ ไปใช้เป็นหลักฐานแสดงความน่าเชื่อถือทางวินัยการเงิน เพื่อยื่นประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคารในภายหลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการพิจารณาวงเงินเมื่อถึงเวลาที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์

ข้อควรรู้และวิธีเตรียมตัวก่อนตัดสินใจผ่อนตรง

ข้อควรรู้ก่อนซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการ

แม้จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่การเตรียมพร้อมและทำความเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง

  • เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย : โดยทั่วไปดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมของการผ่อนตรงมักจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านของธนาคาร ควรประเมินภาระค่าใช้จ่ายรวมให้รอบคอบ
  • ตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาให้ละเอียด : ศึกษาเงื่อนไขกรณีผิดนัดชำระหนี้ สิทธิในการเข้าอยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบในช่วงที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ เพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง
  • วางแผนการเงินระยะยาว : การผ่อนตรงมักเป็นสัญญาระยะสั้น (เช่น 1-5 ปี) หลังจากนั้นผู้ซื้อจะต้องหาเงินก้อนมาปิดยอด หรือยื่นกู้ธนาคารเพื่อนำเงินมาชำระส่วนที่เหลือ จึงต้องเตรียมสร้างโปรไฟล์รายได้และการเดินบัญชีไว้ล่วงหน้า

ขั้นตอนการซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการให้ปลอดภัยและคุ้มค่า

ขั้นตอนซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการ

เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ทรัพย์สินที่ตอบโจทย์ความต้องการ ควรปฏิบัติตามขั้นตอนพื้นฐานดังต่อไปนี้

  • เลือกโครงการที่น่าเชื่อถือ : มองหาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประวัติการดำเนินงานที่โปร่งใส มีความมั่นคง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงการจะดูแลนิติกรรมสัญญาอย่างเป็นธรรม
  • ประเมินความสามารถในการผ่อน : คำนวณรายรับรายจ่ายให้ชัดเจนว่าสามารถรับภาระค่างวดที่รวมดอกเบี้ยแล้วได้ โดยไม่กระทบสภาพคล่องในการดำรงชีวิตประจำวัน
  • จัดเตรียมเอกสารแสดงรายได้เบื้องต้น : แม้จะไม่เข้มงวดเท่าธนาคาร แต่การมีหลักฐานรายรับที่ตรวจสอบได้ จะช่วยให้โครงการพิจารณาอนุมัติสัญญาได้รวดเร็วขึ้น
  • ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร : ทุกเงื่อนไขที่ตกลงกัน ไม่ว่าจะเป็นราคาหน้าสัญญา อัตราดอกเบี้ย หรือระยะเวลาผ่อนชำระ ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนและควรอ่านทำความเข้าใจอย่างละเอียดก่อนลงนามเสมอ

สรุปบทความ

การซื้อบ้านผ่อนตรงกับโครงการถือเป็นก้าวแรกที่ช่วยให้ผู้ที่มีความพร้อมในการผ่อนชำระแต่มีข้อจำกัดเรื่องการขอสินเชื่อ สามารถเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยได้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือทำเลศักยภาพที่ต้องการเข้าอยู่ทันที อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาวินัยในการผ่อนชำระ การทำความเข้าใจข้อกำหนดในสัญญาอย่างถี่ถ้วน และการวางแผนล่วงหน้าสำหรับการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินในอนาคต เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในคอนโดกรุงเทพสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่อนบ้านตรงกับโครงการ

ผ่อนตรงกับโครงการต้องวางเงินดาวน์สูงกว่าปกติหรือไม่?

ยอดเงินดาวน์ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโครงการ โดยบางแห่งอาจกำหนดให้วางเงินก้อนแรกประมาณ 10-20% ของราคาขาย เพื่อเป็นหลักประกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายโครงการที่จัดแคมเปญพิเศษให้เริ่มต้นผ่อนชำระค่างวดเข้าอยู่ได้เลยโดยไม่ต้องใช้เงินดาวน์ก้อนใหญ่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาและโปรโมชันของโครงการในช่วงเวลานั้น ๆ

หากผ่อนไปแล้วต้องการเปลี่ยนไปกู้ธนาคารภายหลังทำได้ไหม?

สามารถทำได้และเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดเมื่อมีความพร้อม เมื่อผู้ซื้อผ่อนตรงไปได้ระยะหนึ่งและเริ่มมีประวัติทางการเงินที่เป็นระบบ (เช่น มีรายการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอ หรือจัดการภาระหนี้สินเดิมหมดแล้ว) สามารถนำประวัติการผ่อนชำระกับโครงการไปยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร เพื่อนำเงินก้อนมาปิดยอดคงเหลือและเปลี่ยนไปผ่อนชำระกับธนาคารในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงแทน

ดอกเบี้ยของการผ่อนตรงกับโครงการคำนวณอย่างไร?

รูปแบบการคิดดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามข้อกำหนดของบริษัทผู้พัฒนาโครงการ บางแห่งอาจคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) หรือบางแห่งอาจคิดเป็นอัตราคงที่ (Flat Rate) โดยอัตราดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ หรืออาจรวมอยู่ในรูปแบบของค่าเช่ารายเดือน ผู้ซื้อจึงควรสอบถามวิธีคำนวณและตรวจสอบยอดค่างวดรวมให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจทำสัญญา

Related Posts

Leave a Comment

Categories

Recent Posts

Popular Tags

Scroll to Top